ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนเส้นทางโตเกียว (Tokyo) – อาโอโมริ (Aomori) สัมผัสหิมะแรกรับปี 2566

วันแรก: การเดินทางจากโตเกียว (Tokyo) ไปยังอาโอโมริ (Aomori)

  • เตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
  • สำรองตั๋วรถไฟ Shinkansen สู่อาโอโมริ
  • สัมผัสความงดงามของเมืองทาวน์อาโอโมริ

วันที่สอง: การสำรวจแอตรักชั่นในอาโอโมริ

  • การเดินทางสู่วัดอาโอโมริ
  • สัมผัสประสบการณ์ในวัดอาโอโมริ
  • สนุกกับอาหารท้องถิ่นที่มีรสชาติอร่อย

วันที่สาม: การสำรวจสวนสาธารณะ Aomori

  • นั่งรถสาธารณะไปยังสวนสาธารณะ Aomori
  • สำรวจจุดชมวิวที่สวนสาธารณะ
  • รับรู้เกี่ยวกับศิลปะสาธารณะในพื้นที่นี้

วันที่สี่: การกลับบ้านและสรุปทริป

  • ตรวจสอบตั๋วรถไฟ Shinkansen กลับไปที่โตเกียว
  • สรุปประสบการณ์ทริปของคุณ

ติดต่อกับความสวยงามแห่งฤดูหนาว

ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนเส้นทางโตเกียว (Tokyo) - อาโอโมริ (Aomori) สัมผัสหิมะแรกรับปี  2566 - YouTube

ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนนี้จะพาคุณผ่านประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครในประเทศญี่ปุ่นในช่วงหน้าหิมะของปี 2566 ที่คุณไม่ควรพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่รักการเดินทางหรือการสัมผัสวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่นี่จะมีสิ่งน่าสนใจมากมายให้คุณสัมผัส

การเดินทางจากโตเกียว (Tokyo) ไปยังอาโอโมริ (Aomori)

เริ่มต้นทริปของคุณด้วยการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางที่น่าตื่นเต้นนี้ คุณจะต้องสำรองตั๋วรถไฟ Shinkansen ล่วงหน้าเนื่องจากมันมักจะเต็มไว้ในช่วงเทศกาลหิมะ แต่คุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่าจดจำเมื่อคุณมาถึงอาโอโมริ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความงดงามและเสน่ห์เฉพาะของมัน

การสำรวจแอตรักชั่นในอาโอโมริ

ทริปญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืน แพลนเที่ยวเอง ด้วยงบ 10,000 เดียว!

ในวันที่สองของทริปของคุณ คุณจะมีโอกาสสำรวจแอตรักชั่นที่น่าตื่นเต้นในอาโอโมริ คุณสามารถเดินทางไปยังวัดอาโอโมริที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนา คุณจะได้พบกับวิวิธีการบูชาที่น่าประทับใจและสวยงาม

การสำรวจสวนสาธารณะ Aomori

ในวันที่สาม คุณจะนั่งรถสาธารณะเพื่อสำรวจสวนสาธารณะ Aomori ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ คุณสามารถชมวิวที่สวนสาธารณะและสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่นี่ อีกทั้งยังมีโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะสาธารณะที่น่าทึ่งของพื้นที่นี้

สรุปทริปและคำถามที่พบบ่อย

Ready Set Go Japan เที่ยวญี่ปุ่น พร้อมแล้วต้องไป! ทุกความสุขที่คุ้นเคย  ทุกความเซอร์ไพรส์ที่อยากเจอพร้อมรอคุณอยู่ที่นี่

ในวันสุดท้ายของทริปของคุณ คุณจะตรวจสอบตั๋วรถไฟ Shinkansen เพื่อกลับไปยังโตเกียว และสรุปประสบการณ์ที่คุณได้รับในทริปนี้ คุณจะรู้สึกถึงความประทับใจและความทรงจำที่จะอยู่กับคุณตลอดชีวิต

คำถามที่พบบ่อย

  1. Q: ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับทริปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงหน้าหิมะ? A: ควรเตรียมเสื้อผ้าที่คงความอบอุ่นและสะดวกสบายในอากาศหนาว และสำรองตั๋วรถไฟ Shinkansen ล่วงหน้าเพื่อประหยัดเวลา
  2. Q: มีอะไรน่าสนใจในวัดอาโอโมริ? A: วัดอาโอโมริเป็นสถานที่ทางศาสนาที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ คุณสามารถสำรวจพิพิธภัณฑ์และวิวิธีการบูชาที่นี่
  3. Q: มีร้านอาหารท้องถิ่นที่ควรลองที่อาโอโมริหรือไม่? A: ใช่! คุณควรลองอาหารท้องถิ่นเช่นอาหารทะเลสดและผลไม้ท้องถิ่นที่อร่อยอย่างเดียว
  4. Q: มีกิจกรรมใดที่คุณแนะนำในสวนสาธารณะ Aomori? A: คุณควรชมวิวที่สวนสาธารณะและลองกิจกรรมเล่นน้ำและพิชิตป่าชุมชนในพื้นที่
  5. Q: มีเที่ยวบันเทิงในอาโอโมริหรือไม่? A: อาโอโมริมีการแสดงสดและกิจกรรมสนุกสนานต่าง ๆ ที่คุณสามารถเข้าร่วมในช่วงเทศกาลหิมะ

ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนเส้นทางโตเกียว (Tokyo) – อาโอโมริ (Aomori) สัมผัสหิมะแรกรับปี 2566 [VIDEO]

“ดูรีวิวเพิ่มเติม https://www.chillpainai.com/scoop/14981/

แพลนทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนเส้นทางโตเกียว (Tokyo) – อาโอโมริ (Aomori)

วันที่ 1
– เที่ยวย่าน Shibamata ย่านน่ารักบรรยากาศแบบโชวะที่ซ่อนในโตเกียว
– ทานข้าวหน้าปลาไหลในร้านอาหารเก่าแก่อายุกว่า 230 ปี
– ชมวิวมหานครโตเกียวจาก Shibuya Sky
– เช็คอินที่เที่ยวแห่งใหม่สำหรับคนทุกวัยที่ Miyashita Park
– เดินบนห้าแยก Shibuya
– ล่องเรือ Yakata-bune ทานอาหารอร่อยชมวิวแม่น้ำสุมิดะ
– พักที่ OURS INN HANKYU

วันที่ 2
– เดินทางไปเมืองอาโอโมริ ไปตลาดปลา Furukawa Fish Market
– ทานมื้อกลางวันที่ร้าน Nishimura
– ชมวิวเมืองอาโอโมริจากมุมสูงที่ Aomori Prefecture Tourism Information Center ASPAM
– แวะซื้อของฝากที่ Roadside Station Namioka Apple Hill
– เดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์หมู่บ้าน สึกะรุฮัง-เนปุตะ
– ชม Hirosaki Museum Of Contemporary Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยสุดเท่แห่งเมืองฮิโรซากิ
– เช็คอินเข้าพักที่ Owani Onsen Fujiya Hotel ที่พักสไตล์เรียวกังพร้อมบ่อแช่ออนเซ็น

See also  The Gaijin Trips แบกเป้เที่ยวคนเดียว EP31 นราธิวาส ผานับดาว 3วัน3คืน

วันที่ 3
– ทานอาหารเช้าและเช็คเอาท์ออกจากที่พัก
– ชมความอลังการของเสาโทริสีแดงนับพันที่ Takayama Inari Shrine
– ทานอาหารกลางวันที่ร้าน Maruyo Takahashi Shokudo Seiniku
– นั่งรถไฟเตาถ่าน Tsugaru railway
– แวะทานขนมไทยากิสุดอร่อยที่ร้าน Miwaya
– ชมเนปุตะยักษ์หนัก 19 ตัน ที่พิพิธภัณฑ์ทาชิเนปุตะ (Tachineputa no Yakata)
– เดินทางกลับโตเกียวเช็คอินที่ Royal Park Hotel Tokyo Haneda

วันที่ 4
– เดินทางกลับเมืองไทย

#ญี่ปุ่น #อาโอโมริ
เที่ยวอุ่นใจ แอดไลน์ @chillpainai ไว้เป็นเพื่อนเดินทาง https://chill.travel/LineChillpainai

===========

🌟 เข้ากลุ่ม สิทธิ์พิเศษ เพจชิลไปไหน 👉 https://chill.travel/prolub
1. รับโปรโมชั่นก่อน
2. ได้ดูคอนเท้นต์ใหม่ก่อน
3. ได้ถามตอบกับทีมงานโดยตรง
.
ℹ️ ChillTravel เที่ยวสบายใจ ไปกับชิลทราเวล
✅ มีทีมงานคอยบริการทุกวัน
✅ อำนวยความสะดวกจัดเอกสารก่อนเดินทาง
✅ ให้คำปรึกษาก่อนเดินทางเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว
.
📞โทรสอบถามทัวร์เพิ่มเติมได้ที่ :
064 975 0666 : K. ตูน
064 975 0777 : K. กี้
064 975 0888 : K. เจี๊ยบ
064 975 0999 : K. มุก”

เนื้อหาของวิดีโอ ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 4 วัน 3 คืนเส้นทางโตเกียว (Tokyo) – อาโอโมริ (Aomori) สัมผัสหิมะแรกรับปี 2566

ใครที่อยากไปดูหิมะนุ่มๆ ฟูๆญี่ปุ่น มาดูทริปนี้เลยค่ะ กลับทริปเที่ยว 3 คืนเส้นทางโตเกียวอาโอโมริ สัมผัสหิมะแรก บอกเลย ฟินแน่นอน อยากรู้ว่าจะสนุกแค่ไหน ไปชมกันได้เลยค่ะ การเดินทางเรานั่งเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเวลาประมาณ 23:30 น มุ่งหน้าไปยังสนามบินฮานอย อีกวันค่ะสถานที่แรกในโตเกียวที่เราจะเดิน สุดน่ารักที่ชื่อว่ายานชิบาตะค่ะ ชิบาตะเป็นย่านเล็กๆสุดน่ารักที่ซ่อนอยู่ในกรุงโตเกียว สามารถนั่งรถไฟ KK จากสถานี keisei มายังสถานีชิบานะ ใช้เวลาเพียง 19 นาที ค่า 270 เยนเท่านั้นค่ะโดยย่านนี้จะมีถนนที่ชื่อว่าไทย คู่แต่งซังโด เป็นถนนคนเดินเส้นเล็กๆ ระยะทางประมาณ 200 เมตร ให้เราได้เดินเลือกซื้อของกินของฝาก ศึก Retro สุดทางของถนนคือวัดที่อม ไทยชาบูติน หรือวัดได จิค่ะวัดเก่า ที่สร้างขึ้นมา เป็นวัดในนิกายนี้ชื่อเรน และเป็นวัดที่โด่งดังในเรื่องงานแกะสลักไม้ ว่ากันว่าศิลปินที่แกะสลักไม้ในวัดนี้เป็นศิลปินคนเดียวที่ร่วมสร้างศาลเจ้าวี ที่เมืองนิกโก้อีกด้วยค่ะจากนั้นก็ถึงเวลาทานอาหารกลางวัน ซึ่งครั้งนี้เราทานกันที่ร้านเอบิสุย เป็นร้านอาหารเก่าแก่ในย่านชิบาตะ ที่เลื่องลือในเมนูข้าวหน้าปลาไหล เปิด 10 ปีค่ะ ตัวปลา ที่ย่างมาแบบด้านนอกกรอบสีเหลืองน่าทานมากๆค่ะ ตัวขาวเมล็ด สวยงาม ถูกรุมมาด้วยน้ำซอสสูตรเฉพาะ ของทางร้าน ทำให้รสชาติ ของข้าวกลมกล่อมมากๆค่ะ เขาใช้ตับปลาไหล ให้ความมันแล้วมัน อร่อย ขอยกให้เป็นหนึ่งในร้าน ในดวงใจ ถ้าได้ ครั้งจะต้อง แน่นอนค่ะ จากนั้นก็เดินทางมาชมวิวมหานครโตเกียวที่ชิบูย่า Sky เป็นจุดชมวิวบน ชิบูย่า Scrambler squar การเดินทางก็ง่ายค่ะ เพราะต้องอยู่ติด ชิบูย่าเลยค่ะ พอไป ก็ขึ้นลิฟท์ไป ชั้น 14 เพื่อไปซื้อตั๋วที่ เคาน์เตอร์ราคา 2,000 เยน หรือจะจองผ่านหน้าเว็บไซต์ก็ได้ค่ะ ราคา 1,800 เยน จากนั้นก็ กลับไปยังชั้น 46 ค่ะ ด้านบนสามารถมองเห็นวิวมหานครโตเกียวได้ ถึง 60 องศา บนความ ใน อากาศดีๆก็ทำให้เราเห็นไกลไป สั่งกันเลยทีเดียวค่ะ ชมวิวสวยๆของโตเกียวกันจนเต็มอิ่ม เราก็เดินทาง เช็คอินกันที่ต่อไปค่ะ กับ คีตา Park ซึ่งทำเลที่ตั้งก็ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีชิบูย่าโดย สามารถเดินจากตึกชิบูย่า Scrambler Square หมาได้ใช้เวลาประมาณ ที่นี่เป็นสถานที่ที่รวมทั้งร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะบนชั้นดาดฟ้าและยังมีร้านกินดื่ม อิซากายะให้เลือก กินอีกด้วยค่ะ มาเที่ยวโตเกียวก็ห้ามพลาดกับการเดินข้าม ชิบูย่าค่ะ แยกที่ไม่เคยเงียบเต็มไป ผู้คนมากมายที่ยืน สัญญาณไฟ สัญญาณนี้ยังเต็มไปด้วยร้านอาหาร สินค้ามากมาย และก็อย่าลืมไปทักทาย แห่งความซื่อสัตย์ ซึ่งกลายมาเป็นจุดนัดพบของคนที่มาแยกชิบูย่าแห่งนี้ค่ะ ใครที่หลงกับเพื่อนแค่บอกว่า แผนที่น้องหมาฮาชิ รับรองว่าได้เจอกันแน่นอน อีกหนึ่งประสบการณ์ที่เราประทับใจมาก กับการเที่ยวโตเกียวในครั้งนี้ ก็คือการได้มาล่องเรือ Kata วันนี้ค่ะ ซึ่งเป็นเรือสไตล์โบราณ ไผ่ ตกแต่งด้วยโคม ด้านใน แต่งด้วยเสื้อไซตาม มีที่นั่งจะ แบบห้อยขา ต้องโกรธด้วยค่ะ นอกจากบิวจะประทับใจแล้วอาหาร ของที่นี่ก็บอกเลยว่า ทุกเมนูค่ะ โดยเขาจะเสริมให้เราเป็นชามเล็กๆแบบสไตล์ไคเซกิ มีทั้งอาหารเครื่องเคียง หอยเชลล์ ไข่ตุ๋น และมีจานหลักอย่างปลา เทมปุระที่เขาจะเสิร์ฟมาทีละชิ้น และ คนนี้เลยค่ะ เนื้อในกระทะร้อนที่บอก เลยว่านุ่มฟิน ในปากกันเลยทีเดียวค่ะ สำหรับที่พักคืนนี้เรา ผักที่ Our in handy ที่ ทำเลดีตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Jr ov บริเวณรอบๆ แถมด้านข้างของโรงแรม ของร้านสะดวกซื้อ ที่เชื่อมต่อ ประตูโรงแรม มี ที่สามารถลงมาร้าน ตกซื้อได้เลย เช้าวันที่ 2 เราตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางไปยังสนามบินฮาเนดะ เพราะเช้านี้เรามีแพลนเดิน ทางไปยังเมือง ปิดกันค่ะ พอลงเครื่อง สถานที่แรกที่เราตรงดิ่งมา คือตลาดปลา ฟุรุคาว่า Fish Market เป็น ตลาดที่เราอยากมามากๆ เรารู้ว่า เราสามารถซื้อข้าว แล้วเดิน นั่งทานที่นี่ได้เลยค่ะ ซึ่งเมนูนี้ชื่อว่าเมนูนกยูงค่ะ เป็นเมนูที่เราสามารถ cre ข้าวหน้าปลาดิบที่ อยากทานได้เอง ซึ่งขั้นตอน ฉันก็ไม่ยากค่ะ พอเดินเข้ามาในตลาด ก็มองหาเคาน์เตอร์ที่ติดกับประตูทางเข้า แล้วก็ยื่นเงินให้พนักงาน 2,000 เยน เขาก็จะให้คู แบบนี้มาให้เราค่ะ ตัวคูปอง สามารถฉีดเป็นใบเล็กๆได้ 10 ใบค่ะ โดยเริ่มแรกก็ไปซื้อข้าวเปล่าก่อน ใช้คูปอง 1 ใบ พนักงาน ใส่ถ้วยมาให้ ถึงเวลาสนุกกันแล้วค่ะ เดิน กินกันได้เลย อย่าเพิ่งรีบอิ่ม เพราะเราจะเดินทางไปทานอาหารแบบคนอาโอโมริแท้ๆต่อ ที่ร้านนิชิมูระ ที่ตั้งอยู่ ชั้น 10 Reflector Information Cent A s p a m ค่ะ ซึ่งร้านนี้เปิดมาก 30 ปี ตัวร้านบรรยากาศอบอุ่น เหมือนเข้ามาในบ้านคนญี่ปุ่น จุดเด่นของร้านนี้คือเป็นร้านอาหาร รังสรรค์เป็นเมนู อร่อยที่ให้เราได้ ทุกวันค่ะ จากนั้นก็ขึ้นลิฟท์ต่อไปยังชั้น 13 ซึ่งเราจะไปชมวิวเมืองอาโอโมริกันค่ะ โดยด้านบนของตึกนี้จะมีจุดให้เราชมวิวที่ สามารถเดินได้ 360 องศา บนความสูงกว่า 51 เมตร ที่สามารถมองเห็นวิวเมืองอาโอโมริทั้งเมือง เห็นวิวสะพานแขวน Google Dance ยัง จุดถ่ายรูปที่เป็น ECU Bed Home มาสค ท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานีให้เราได้ใช้ กระดิ่งด้วยค่ะ สำหรับคนที่ขับรถเที่ยวแนะนำเลยว่าถ้าอยาก ของฝากจากเมืองอมู โดยเฉพาะ App สุดอร่อย เพราะ เข้าไปเที่ยว ปักหมุดที่นี่ไว้เลยค่ะ รถไฟ Station namiko Apple Hill การเดินทางสามารถขับรถจากตัวเมืองอมู 10 นาทีค่ะ ส่วนถ้าใครไม่ได้เช่ารถเที่ยวอาจจะนั่ง รถไฟจากสถานี JR Anime มาลงที่สถานี JR นะมีโอกาส แล้วเรียกแท็กซี่มาที่นี่ได้ค่ะ ใช้เวลาประมาณ ภายในจะแบ่งเป็นโซนทั้งโซนขายของฝาก จากเมืองอะโม ซึ่งพระเอกหลัก ก็คือแอปเปิ้ลค่ะ ใครชอบทานแอปเปิ้ลหรือ บอกเลย นี่คือสวรรค์ โดยเฉพาะน้ำแอปเปิ้ลที่นี่มีให้เลือกเยอะ หลายราคามากๆค่ะ จากนั้นก็เดินทางไปยังเมืองฮิ Kawasaki ค่ะ ซึ่งเป็นเมืองในจังหวัด เพื่อมาเยือนพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านซื้อกรุฮังเนบุตะ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรม ของจังหวัดอาโอโมริ ที่มีทั้งงานเทศกาลดนตรี ซึ่งพอเดินเข้ามาด้านในเราก็จะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ที่ จะแสดงเนบู ซึ่งเป็นโคมไฟทรงพัดขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่สุดจะ มีความสูงประมาณ 10 เมตรค่ะ ใช้เวลาทำประมาณ 1 เดือน เห็นลวดลายดุดันของนักรบ โดยโคมไฟเหล่านี้จะใช้แห่ในงานเทศกาลเนบุตะฮิโรซากิ ขึ้นเป็นเวลา ตั้งแต่วัน ในเดือน ทุกปีค่ะ จากฉันก็รู้ทางโนบุ เรานั่งรถต่อมาประมาณ 9 นาที เที่ยวมายังฮิโรซากิ Museum of contemporary Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วม สุดเท่แห่งเมืองฮิ ซึ่งเป็นการรีโนเวทอาคารโยชิโนะโชติกแวร์เฮ้า โก อิฐแดงอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ที่สร้างขึ้นใน ไปจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ในอดีตเคยเป็นโรงกลั่น สาเกต่อมาได้กลายเป็นโรงงานผลิตไซเดอร์ โดยอาคารแห่งนี้เป็นอาคารประวัติศาสตร์ ที่บอกเล่าเรื่องราวของเมืองฮิโรซากิ แล้วเป็นเมนส์มา สำคัญของเมืองค่ะปัจจุบันกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะ ของศิลปินชาวญี่ปุ่น และศิลปินต่างประเทศ โดยแบ่งเป็นโซนพิพิธภัณฑ์และโซนคาเฟ่ค่ะ ปิดท้ายกับคาเฟ่ ทดลอง ซึ่งเป็น อาคารอิฐแดงหลังเล็ก ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ซากิ Museum of contemporary Art เปิดให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งวันนี้เราสั่งเมนูฮิโรซากิ Apple ซึ่งเป็นเมนู signature ของร้าน ราคา 990 เยนค่ะ ตบแป้งด้านนอก ด้านในนุ่ม ทานกับ Scream มะนิลา หวานเย็นชื่นใจมากๆค่ะส่วนคืนนี้เราพักกันที่โอวันนี้ออน อุทยาน Hotel ซึ่งตั้งอยู่ใน avani Hot Spring Resort เป็นที่พัก สไตล์เดียวกัน พร้อมกับมีบอร์ดแช่ออนเซ็น ตรวจที่พักตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮิระค่ะ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ห้องพักที่เราจองมาจะเป็นห้องสไตล์ญี่ปุ่นปูเสื่อแต่ตาม ห้องกว้างขวางมากๆค่ะ สามารถนอนได้ประมาณ 5 คน ภายในห้องพักมีทั้งทีวี กาต้มน้ำร้อน ส่งให้ด้วยค่ะ ซึ่งเราจองห้องสำหรับ 1 คนราคาประมาณ 14300 เยน รวมห้องพักและ อาหาร 2 มื้อ คืออาหารเย็นวันที่เข้าพัก และ Check out ให้แล้วด้วยค่ะ ถือว่าราคาดีงาม คิดเป็นเงินไทยคนละประมาณ 3,500 กว่าบาทเท่านั้น หลังจาก Check Out ออกจากที่พักแล้วเราก็เดินทางต่อมา ทาคายาม่าอินาริชาย เพื่อมาชมความอลังการของ เสาโทริสีแดง ที่เรียงรายไปบนเนินเขา ทางเดินขึ้นไปยังด้านบนเดินไม่ยากค่ะ เป็นเดือนเตี้ยๆ แต่พอเดินไปถึงด้านบนแล้วมองลงมา ภาพตั้งหน้านั้นงดงามอลังการ มากๆค่ะ มาเที่ยวเมือง zaru อยากหาร้านอร่อยทานแนะนำร้านนี้เลยค่ะมารึ ทาคาฮาชิ shokudo seiki เป็นร้านอาหารสไตล์ Local ที่บรรยากาศโฮมมี่และอร่อยมากๆค่ะ มีเมนูทั้งราเมน ข้าวผัดหรือชา โดยเฉพาะช้างของเขาคือดีงามมากๆค่ะ อีกหนึ่งกิจกรรมห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวจังหวัดอาโอโมริในหน้าหนาว คือการสัมผัส ประสบการณ์การนั่งรถไฟเตาถ่านสุดคลาสสิค ที่ให้ มาตั้งแต่ปี ที่จะวิ่งไปบน หิมะสีขาว บนรถไฟจะมีเตาถ่าน ที่คอยให้ความอบอุ่นแทนฮิตเตอร์ ซึ่งผู้โดย สารสามารถสั่งปลาหมึก มาปิ้งกินได้เลยค่ะ รถไฟสายนี้มีเพียงที่อาโอโมริเท่านั้น กลับรถไฟซื้อคารุเรียว เปิดให้เริ่มนั่งเมื่อ ที่ 1 ธันวาคม แล้วจะให้บริการไป ของทุกปีค่ะ หลังจากลงจากรถไฟที่ สถานี Subaru koso เนาวรัตน์ก็ทราบมาว่าเมืองนี้มี ขนมไทยากิชื่อดัง คือร้านนี้ไวยะ เป็นร้านเล็กๆ ไม่มีคุณลุงเจ้าของ ทำเองค่ะ ดอยจุดเด่นของไทยยากิร้านนี้ คือเขาจะโอบกอดแล้วนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ โรยด้วยน้ำตาล ทำให้แป้งด้านนอก ด้านในนุ่ม มีไส้ถั่วแดงที่อัดแน่นเต็มตัวปลา ถ่านช่วงหน้า แบบนี้ สุดๆค่ะ จะขึ้นเครื่องกลับโตเกียวเราแวะไปชมในปูไต่ยักษ์ พิพิธภัณฑ์ that ที่ตั้งอยู่ในเมืองโกงนว บอกเลยว่าพอเข้ามาถึงกับร้องสุโก้ยดังมากค่ะ กับภาพในบูตะยักษ์ อยู่เบื้องหน้า 19 ตัน ถึง 4 ชั้น ใช้แรงงานคนทำ 10 คนในระยะเวลา 1 เดือน มูลค่า 15 ล้านเยน ที่ตั้งพลังงานอยู่ภายในหอของพิพิธภัณฑ์คาชิเนบุตะ เห็นแล้วก็อยากมาดูวันที่เขาแห่ว่ามันจะอลังการงานสร้างขนาดไหน ใครอยากมาชมความยิ่ง ใหญ่ของโนบิตะ มาชมได้เลยที่พิพิธภัณฑ์ค่ะที่เนบุตะ หรือถ้าอยากมาชมงาน เทศกาลโกสุมเนาวรัตน์ ถ้าชิ้นเนบุตะ เทศกาล แห่สุดยิ่งใหญ่ มาได้ ของทุกปีค่ะ โบกมือลาเมืองอาโอโมริกันแล้วก็เดินทางไปยังสถานที่ท่าลาด กรุงโตเกียวค่ะ คืนนี้เราพักกันที่สนามบินธนิดากันเลย เพราะว่าพรุ่งนี้เราต้องนั่งเครื่องบินไฟลท์เช้า เราเลย เป็นที่ Royal Park Hotel โตเกียวฮาดิด เป็นที่พักที่ทำเลดีงามสุดๆค่ะ เพราะตั้งอยู่ใน สนามบินไม่ต้องรีบตื่น มีเวลา เช้าได้อีกด้วยค่ะ PB ก็ขอขอบคุณทางองค์การ ส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ jnt ที่มาเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวญี่ปุ่น ให้กับพวกเรา พา สถานที่สวยงาม และความประ ใจตลอด 4 วัน ใครที่อยากลองนำทริปนี้ไปใช้ก็ ใช้ได้เลยค่ะ เราว่าเป็น ที่เที่ยวไม่ยากบอกกับทั้งคนนั่งรถสาธารณะเที่ยว คนขับรถเที่ยว หรือจะมาเที่ยวคนเดียวก็เที่ยวได้ค่ะ เป็นยังไงกันบ้างครับกับพิกัดดีๆที่เราหยิบมาแนะนำกันถ้าชอบถ้าถูกใจก็อย่าลืมกด Subscribe Channel และติดตามแฟนเพจชูไปไหนไปด้วยนะครับจะได้ไม่พลาดเรื่องราวท่องเที่ยวอัพเดทใหม่จากพวกเรา

See also  20 จุดเช็คอินเชียงใหม่ รวมที่กินที่เที่ยวเชียงใหม่ แอ่วเชียงใหม่ม่วนอ๊ก ม่วนใจ๋ขน้าด