8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan

เมืองโตเกียวในประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในปลายทางท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลก มีสิ่งอื่นๆ ที่คุณควรรู้จักเกี่ยวกับเมืองนี้ที่หลายคนอาจไม่รู้

1. แนะนำโตเกียว

8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว  เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan - YouTube

โตเกียว หรือที่รู้จักกันในนาม Tokyo คือเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในโลก มันเต็มไปด้วยความอัปยศและสิ่งสวยงาม ไม่ว่าคุณจะเดินทางมาที่นี่ในครั้งแรกหรือเป็นครั้งที่สอง โตเกียวก็ยังมีสิ่งใหม่ๆ ให้คุณสำรวจอยู่เสมอ

2. สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียว

  • โตเกียวไทวานโตเกียว (Tokyo Tower): หอคอยที่มีลักษณะเหมือน Eiffel Tower ในปารีส มันเป็นสถานที่ชั้นนำสำหรับการชมวิวที่สวยงามของเมือง.
  • สวนญี่ปุ่น (Japanese Gardens): แหล่งท่องเที่ยวที่เงียบสงบและเป็นธรรมชาติ ที่นี่คุณสามารถพบกับความงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมญี่ปุ่น.
  • มิตซึกิชาสะท้อน (Meiji Shrine): วัดที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่เคารพอย่างสำคัญในโตเกียว.
  • ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ (Explore Public Parks): โตเกียวมีสวนสาธารณะที่มีบรรยากาศสวยงามและเหมาะสำหรับการพักผ่อน.

3. ประสบการณ์วัฒนธรรมที่น่าสนใจ

8 พิกัด ห้ามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว  เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan

  • เทศกาลดารา (Geisha Festival): มีโอกาสเห็นกีซ่าและมายกลายเป็นชาวญี่ปุ่นในงานเทศกาลสีสัน.
  • ศิลปะการต่อรอง (The Art of Negotiation): ศึกษาวิถีการต่อรองแบบญี่ปุ่นที่เรียนรู้ได้จากคนท้องถิ่น.
  • การฉลองงานแต่ง (Wedding Ceremonies): มีโอกาสเข้าร่วมพิธีแต่งงานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม.

4. อาหารญี่ปุ่น

เมืองโตเกียวเป็นสวรรค์สำหรับคนรักอาหาร ลองอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ร้านอาหารท้องถิ่น หรือสนุกสนานกับอาหารสตรีทฟู้ดที่โมเดิร์น แนะนำให้ลิ้มรสของราเม็งและสุกี้.

5. การช้อปปิ้งในโตเกียว

  • นากาโน (Nakano): ตลาดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่คุณสามารถหาสินค้าสะสมและของฝากที่น่าสนใจ.
  • ร้านค้าทางเราเท่านั้น (Roppongi Hills): เขตการช้อปปิ้งและบันเทิงที่หรูหรา.

6. ตัวเลือกที่พัก

8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว  เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan - YouTube

โตเกียวมีตัวเลือกที่พักมากมาย ตั้งแต่โรงแรมหรูไปจนถึงแมนชันเรสสอร์ต คุณสามารถเลือกตามงบประมาณและสไตล์การเข้าพักของคุณ.

7. ระบบขนส่งในโตเกียว

การขนส่งในโตเกียวมีความสะดวกสบาย มีรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดินที่คุณสามารถใช้เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ในเมือง.

8. ความปลอดภัยและจริยธรรม

  • การปฏิบัติในวัดและศาลเจ้า: ในที่สาธารณะทางศาสนาควรระมัดระวังและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด.
  • การใช้บัตรและเงินสด: ควรรักษาการใช้งานเงินสดและบัตรเครดิตอย่างปลอดภัย.

9. สภาพอากาศและเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว  เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan - YouTube

  • แนะนำให้เดินทางมาในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เมษายน – มิถุนายน) หรือในฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มกราคม) เพื่อเพลิดเพลินกับอากาศที่บริสุทธิ์และกิจกรรมที่น่าสนใจ.

10. สรุป

โตเกียวเป็นปลายทางท่องเที่ยวที่มีอะไรมากมายให้คุณสำรวจ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเดินทางที่ค้นหาประสบการณ์วัฒนธรรม หรือคนรักอาหาร หรือแม้แต่นักช้อปปิ้ง มีสิ่งมากมายที่คุณสามารถค้นพบในเมืองนี้.

8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan [VIDEO]

“รวบตรึง 8 พิกัด เทียวโตเกียวที่ห้ามพลาด ซึ่งเป็นคลิปที่ดูเหมือนจะสั้น แต่ตั้งใจทำมาก ๆ ค่ะ โดย 8 พิกัดประกอบไปด้วย

1. Tokyo Station จุดเริ่มต้นรถไฟของญี่ปุ่น
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo ทางออกที่จะมาชมหน้าสถานีสวย ๆ คือทางฝั่ง Marunouchi ออกได้ทั้ง south , north และ central เลยค่ะ

2.​ Tokyo Tower หอคอยแห่งความหวัง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Akabanebashi ทางออก C1 , สถานี Onarimon ทางออก A1 , ลงรถไฟที่สถานี Daimon ทางออก A3, A6 หรือ ลงรถไฟที่สถานี Hamamatsucho ทางออก North

3.​ Tokyo Skytree หอคอยแห่งใหม่ของชาวโตเกียว
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo Skytree ทางออก 2, ลงรถไฟที่สถานี Oshiage ทางออก B3

4. Sensoji Temple ย่าน Asakusa วัดเก่าแก่อายุ 1,300 ปี คู่เมืองโตเกียว
การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Ginza ลงที่สถานี Asakusa ทางออก A1

5.​ Odaiba เกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Tokyo teleport หรือนั่งรถไฟสาย Yurikamome ลงที่สถานี Daiba

6. Shinjuku ย่านการค้า ร้านอาหาร ร้านช้อปปิ้ง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Shinjuku

See also  เที่ยวเชียงใหม่ กิน เดิน นั่งรถ บขส.ไปกรุงเทพ | ปรางค์ไปคนเดียว

7. Shibuya ย่านรวมตัวของวัยรุ่น จุดกำเนิดแฟชั่นและร้านช้อปปิ้ง
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Shibuya ทางออก hachiko

8. Harajuku ย่านวัยรุ่น จุดกำเนิด คาวาอี้
การเดินทาง : นั่งรถไฟลงที่สถานี Harajuku ทางออก Takeshita street

👉 แค่กด Subscribe และกระดิ่ง ก็จะไม่พลาดคลิปใหม่ๆ และไลฟ์สด อีกต่อไป
👉 ติดตามพวกเราในช่องทางอื่นได้ที่ https://linktr.ee/krobkruengJapan
💌 ติดต่องาน: tklsbysaozabsaitama@gmail.com

#ญี่ปุ่น #โตเกียว #เที่ยวญี่ปุ่น
#タイのインフルエンサー #タイユーチューブバー #タイビデオメーカー #タイブロガー #タイインフルエンサー #ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น”

เนื้อหาของวิดีโอ 8 พิกัด หัามพลาดพร้อมเกร็ดความรู้ ต้องดูหากมาเที่ยวโตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นต้องรู้ Tokyo Japan

สวัสดีค่ะครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่นโดยสาวแซดจะมาแล้วก็พี่อบลุงนะคะ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆมาดู พิกัดเด็ดพิกัดรับนะคะที่โตเกียว ถ้ามาแล้วเนี่ยต้องห้ามพลาดเดี๋ยวไปดูกันค่ะว่ามีที่ไหนเด็ดอะไรยังไงบ้างตามไปชมกันเลยค่ะ โตเกียวเป็นเมืองหลวง ของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปี 18 เดิมมีชื่อว่าเอโดะและโตเกียวมีความหมายว่านคร หลวงแห่งตะวันออกที่นี่ จุดหมายปลายทางแรกที่นักเดินทางหมายปองเอาไว้เราไปดู สัตว์ที่ห้ามพลาดกัน สถานีโตเกียว สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวัน ที่ออกแบบโดยนายทัศนะกิงโก ที่มีความคล้ายกับสถานีอัมสเตอร์ดัม Central Railway Station ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จนได้มีการทำข้อตกลงให้เป็น Sister Station ระหว่างกัน นี่เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของรถไฟในญี่ปุ่น ถ้าจะเรียกว่ากิโลเมตรที่ 0 ของรถไฟก็ไม่ผิด ปัจจุบันมีรถไฟวิ่งเข้าออกวัน 4000 เที่ยว มีผู้โดยสารมาใช้บริการวันละประมาณ 450,000 คน และมีชานชาลาทั้งหมด 28 ชานชาลาที่ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์กลางการเดินทาง และมีห้างร้านค้ารายล้อมมากมาย ที่ถือว่าเป็น อีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวเช่นกันค่ะ มีโตเกียวเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปี 1914 แล้วกว่าจะเป็นสถานีโตเกียวที่มีอายุกว่า 100 ปีนั้น ได้ผ่านอะไรมามากมาย ทั้งโดนระเบิดจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 เหตุการณ์ไฟไหม้ทางฝั่งยา Asus ในปี 194 เริ่มเปิดตัววิ่ง Tokyo Shinkansen เป็นครั้งแรก ในปี 1964 และยังยืนหยัดผ่านภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว ความร้อนผ่านหนาวมาได้จนถึงทุกวันนี้ โตเกียวได้มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ให้เสร็จสมบูรณ์สวยดั้งเดิมในปี 2012 เลยทำให้สถานีโตเกียวได้ถูกกำหนดให้เป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของญี่ปุ่นตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้น ถ้าเป็นเพื่อนมีโอกาสมาเยือนที่โตเกียวแล้ว บอกเลยค่ะว่าห้าม อาทิตย์นี้ค่ะ Tokyo Tower หรือหอ หนังที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียวสร้างขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เปิดบริการในวันที่ 4 ตุลาคมปี 19 โดยใช้เวลาสร้าง 1 ปีครึ่งด้วยงบประมาณ 3,000 ล้านเยน เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง การก้าวข้ามความโหดร้ายและความยากลำบากของประชาชน คิดถึงเป็นแลนด์มาร์คสำคัญคู่เมืองโตเกียวมามากกว่า จุดประสงค์หลักของโตเกียวทาวเวอร์คือการส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ไปทั่วทั้งบริเวณโตเกียวและจังหวัดข้าง ซึ่งปัจจุบันได้ยุติหน้าที่นี้เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วค่ะ ในยุคนั้นนอกเหนือจากความสามารถในการกระจายสัญญาณให้ได้ไกลแล้ว ผู้มีส่วนร่วมในการสร้างตั้งใจที่จะสร้างให้สูงกว่าหอไอเฟล พี่ปารีสประเทศฝรั่งเศส ที่มีความสูง 3 14 เมตร โดยในท้ายที่สุดโตเกียวทาวเวอร์ก็สร้าง ที่ความสูง 333 เมตร พร้อมจุดชมวิว 2 แห่งที่ mendes ในระดับความสูง 150 เมตร ร้าน to ที่ความสูง 250 เมตร โดยสามารถชมความงามของเมืองโตเกียวได้แบบ 360 องศา ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าวันไหนฟ้าใสอากาศดีก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิซัง ได้จากที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ Tokyo Sky Tree หอคอยแห่งใหม่ของกรุงโตเกียว โตเกียวสกายทรีเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของกรุงโตเกียว และยังได้รับการบันทึกใน ignis World Record ว่า เป็นอาคารหอกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ ที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูง 634 เมตร และเป็นทาวเวอร์ที่สูงที่สุดในโลกในวันที่ 17 พฤศจิกายนปี 2011 ค่ะ Tokyo Sky Tree เปิดบริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤษภาคมปี 2012 ปิ๊งมาทำหน้าที่กระจายสัญญาณสื่อสารแบบดิจิตอลแทนโตเกียวทาวเวอร์ และความสูง 634 เมตรก็มีที่มานะคะซึ่งเป็นความตั้งใจที่จะกำหนดความสูงไว้ที่ ตัวเลขนี้ ในภาษาญี่ปุ่นสามารถออกเสียงตัวเลขทั้ง 3 ตัวนี้ว่า ในสมัยก่อนคนญี่ปุ่นจะเรียกดินแดนในเขตโตเกียวไซตามะคานากาวา ว่าเป็นเขตจังหวัดมูซาชิ ซึ่งมุกแทนเลข 6 ตาแทนเลข 3 และชี้แทนเลข 4 ค่ะ และบริเวณรอบๆโตเกียวสกายทรีนั้นก็อยู่ในเขตจังหวัดมูซาชิด้วย ดังนั้นตัวเลข 6 ก็จะเป็นตัวเลขที่มีความหมายและจดจำได้ง่ายของคนญี่ปุ่นนั่นเอง เราสามารถขึ้นชมวิวบนตึกนี้ได้นะคะโดยจะมีความสูง 2 ระดับค่ะ Temple Dek ที่ความสูง 350 เมตรและ tempo galleria ที่ความสูง 450 เมตร ในวันฟ้าใสอากาศดีก็สามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากโตเกียวสกายทรีเช่นกัน รหัสต้องการถ่ายภาพคู่กับตึกโต Sky 3 ขอแนะนำบริเวณริมแม่น้ำซึมมี ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าแวะมาถ่ายภาพ ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน พี่จะมีไฟประ ตกแต่งอย่างสวยงามซึ่งจะเปลี่ยนไปตามธีมและเทศกาลสำคัญๆค่ะ เซนโซจิหรือที่หลายๆคนรู้จักกันในชื่อวัดโคมแดง ตั้งอยู่ใน อาซากุสะใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ที่ใครมาโตเกียวแล้วต้อง เช็คอิน วัดเซนโซจิมีประวัติ ประวัติความเป็นมาอยู่คู่ชาว เกลียวยาวนานกว่า 1,300 ปีที่มีจุดเด่นอยู่ที่โคมไฟสีแดงขนาดยักษ์มีน้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัมตั้งอยู่ที่ประตูคามินาริหรือจะเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ ของวัดเซนโซจิเลยก็ว่าได้ค่ะ นับตั้งแต่ประตูถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี 1960 หลังจากไฟไหม้ได้ทำ อาคารเก่า ในช่วงกลางศตวรรษ ทางวัดก็จะซ่อมแซมโคร 10 ปี โดยเฉพาะโครงของโคมไฟ และกระดาษที่หุ้มโคมไฟจะถูกเปลี่ยนโดยช่างผู้ชำนาญจากเมืองเกียวโต ด้านล่างของโคมไฟก็เป็นการแกะสลักไม้เป็นรูปมังกรที่วิจิตรบรรจงมากๆค่ะ ไม่เดินลอดผ่านประตูคามินาริโมงเข้าไปแล้วก็จะพบกับถนนนากามิเสะ ซึ่งจะมีร้านค้าจำหน่ายของฝาก และขนมมากมาย ตั้งเรียงรายการ 89 ร้านค้า เป็นระยะทาง 250 เมตร ซึ่งถนนนากามิเสะนี่เองถือได้ว่าเป็นถนนร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 17-18 พี่ยังคงให้กลิ่นอายในยุคเอโดะมาจนถึงทุกวันนี้ อดีตร้านค้าในย่านนากามิ ได้ผ่านเหตุการณ์ครั้งใหญ่ๆไม่ เราจะเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเขตคันโตปี 19 13 เหตุการณ์ไฟไหม้จากระเบิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 19 45 ได้มีการปรับปรุงหลายต่อหลายครั้ง มีการทำป้ายไฟร้านค้าและปูทางเดินด้วยหินในปี 19 85 และในปี 1992 ได้มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียว Art ใน refreshing Pro ซึ่งเป็นการทาสีอาคารและการวาดภาพศิลปะบนประตู เมื่อร้านค้าปิดลงจะทำให้ถนนนากามิเสะยังคงสวยงามอยู่เสมอดังที่เราเห็นกันจนถึงทุกวัน สวัสดีค่ะ รองเท้าที่เพื่อนๆเห็นอยู่ เขาติดอยู่บริเวณ ประตู ทางเข้าวัดเป็น เจ้ารองเท้าที่ว่านี้ เขาก็มีชื่อว่าโอว รองเท้านะคะที่ทำโดย ชาวบ้าน จากเมืองมุรายาม ก็ใช้เวลา หาใช้คนทำ 800 คน มาช่วยกัน หาที่มีน้ำ 2500 กิโลกรัมแล้วก็ มีความสูง จุด 5 เมตร เขาก็มีความเชื่อว่า ใครได้ แปะหรือว่า ก็ ทำให้เดินทาง วัดเซนโซจิสร้างขึ้นในปี 628 มีอายุกว่า 1300 ปี ในอดีตกล่าวกันว่าได้มีชาวประมงพบเจ้าแม่กวนอิมลอยเข้ามาติดอยู่ในตา ดักปลาของ ที่แม่น้ำสุมี ซึ่งอยู่ใกล้ๆวัด ทั้งสองจึงได้นำเจ้าแม่กวนอิมองค์นี้มาประดิษฐานที่วิหารคันนอนดูแห่งนี้ แล้วต่อมาวัดเซนโซจิก็กลายเป็น สักการะของคนญี่ปุ่น ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีผู้คนแวะเวียนมาสักการะที่นี่ 30 ล้านคน และถือว่าเป็นวัด คู่เมืองโตเกียวเลยค่ะ เครื่องรางก็ห้าม พลาดค่ะเพราะที่ จิเครื่องราง ชื่อเช่นกันโดยเฉพาะ ขอคู่ค่ะ กลายเป็นเครื่องราง สุดไปเลย แม้แต่คนญี่ปุ่นก็ยังต้อง ที่วัดแห่ง นอกจากนี้นะคะเขาก็จะมีโซนที่เอาเครื่องรางเก่า ร้านอาหารเมื่อคืน ก็เอามา ที่จุดนี้ มาเซนโซจิเป็นที่ร่ำลือในหมู่คนญี่ปุ่นว่า จะได้เซียมซีใบโชคร้ายมากกว่าใบโชคดี แต่ถ้าใครได้ใบโชคดีก็จะโชคดีสุดๆไปเลยค่ะ หลังจากไหว้พระขอพรกันแล้วก็อย่าลืมแวะมาเสี่ยงเซียมซีกันด้วยนะคะ เซียม ข้อคิดมากๆโดยเฉพาะหนุ่มสาวญี่ปุ่น ถ้าใครได้บายโชคไม่ดีก็สามารถผูกไว้ที่วัดแล้วขอพรให้กลับไปโชคดีแทนค่ะ โอไดบะตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียวเป็นอีก Sport การท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในหมู่คนญี่ปุ่น แต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็นิยมเช่นเดียวกันค่ะ โอไดบะเป็นเกาะที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยเอ ที่โชกุนเท่ากูกาวาได้สั่งให้สร้างขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีทางทะเล จนมาในปี 1990 ได้มีการพัฒนาพื้นที่โอไดบะให้เป็นแหล่งการค้าที่อยู่อาศัยและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่สำคัญของชาวโตเกียวค่ะ อีกหนึ่งไฮไลท์ของ OD ที่หนุ่มสาวนิยมมาออกเดทกันก็คือสะพานสายรุ้งและเทพีเสรีภาพ ที่จะได้มองเห็นวิวทะเลสุดโรแมนติกและวิวเมืองโตเกียว โดยมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพที่มีขนาดเพียง 1/7 ของเทพีเสรีภาพ ที่นิวยอร์กค่ะ แรกเริ่มเดิมทีประเทศฝรั่งเศสเคยนำรูปปั้นเทพีเสรีภาพมาจัดแสดงที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 ปี ในช่วงปี 1998 ที่รำลึกถึงมิตรไมตรีระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส จึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากแต่พอครบกำหนดชาวญี่ปุ่นก็อยากให้ตั้งเทพีเสรีภาพเอาไว้ และเมื่อต้องนำรูปปั้นกลับไป ทั้งประเทศฝรั่งเศสจึงหล่อ ปั้นจำลองชิ้นใหม่ แล้วส่งมาให้จัดแสดงอย่างเป็นการถาวร ตั้งแต่ปี ผ่านมาจน ทุกวันนี้ค่ะ วิวที่ได้เห็นกันนี้ก็คือตึก Fuji TV ค่ะที่เราสามารถขึ้นไปชมวิวบนตึกสูงได้นะคะ และในช่วงกลางคืนเนี่ยก็จะมีการประดับไฟ ที่เห็นสวยงามมากๆเลย และจุดนี้เองก็จะได้เห็น Yuri กาเมะหรือรถไฟหลายคนขับ ที่วิ่งด้วยล้อยาง ก็จะวิ่งรอบเมืองโอได้บ่าเลยค่ะ หุ่นยูนิคอร์นกันดั้มหรือหุ่นกันดั้มยักษ์ scale ขนาดเท่าตัวจริงที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้าง ไดเวอร์ซิตี้โอไดบะ ซึ่งมาแทนหุ่น Gundam รุ่น RX 78 โดยเจ้ายูนิคอร์นกันดั้มตัวนี้เนี่ย มีความสูงอยู่ที่ 19.7 เมตรค่ะแล้วก็มีสีขาวนะคะ ซึ่งจะมีการจัดแสดงการเคลื่อนไหวและไฟในช่วงกลางคืนด้วย โดยจะมีการปรับโหมดการเคลื่อนไหวของใบหน้า ข้อต่อต่างๆตามส่วนแขนขาคอ สะโพก รวมกว่า 50 จุด พร้อมปรับเปลี่ยนจากยูนิคอร์นโหมดไปเป็น destroy Mode ค่ะ ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าสาวกที่ได้ชมกัน และบริเวณข้างเคียงกันก็มีการประดับประดาไฟ บนบันไดสลับสีไปมา สร้างสีสันให้กับบริเวณนี้ยิ่งนัก Shinjuku คือย่านธุรกิจที่เฟื่องฟูที่สุดในโตเกียวเป็นศูนย์กลางธุรกิจห้างสรรพสินค้าร้านอาหาร ร้านกินดื่มร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าใต้ดินและรวมถึงศูนย์ราชการของกรุงโตเกียวก็ตั้งอยู่ที่เขตนี้ด้วยเช่นกันค่ะ ตรงนี้นะคะก็เป็นบริเวณสถานีชินจูกุนะคะทางออกทิศตะวันตก พี่เขามีการปรับปรุงใหม่เนาะก็เนี่ยค่ะเพื่อนๆจะเห็นแบบจอ Display ที่แบบกว้างแล้วก็ใหญ่มาก แล้วก็ทางเดินที่กว้างมากๆเลยอันนี้ก็เป็นบรรยากาศยามเย็นนะคะของวันธรรมดา อยู่บริเวณหน้าสถานีชินจูกุนะคะทางออกทิศตะวันตกเนาะ สถานีรถไฟชินจูกุเป็นสถานีที่ใหญ่และมีผู้คนมาใช้บริการเฉลี่ย 3.5 ล้านคนต่อ จนได้รับให้เป็นสถานีที่วุ่นวายที่สุดในโลก จากกินเนสเวิลด์เรคคอร์ดในปี 2018 มีชานชาลาทั้งหมด 35 ชานชาลาเป็นศูนย์รวมรถไฟหลากหลายสายทั้งบนดินและรถไฟ มีทางออกทั้งหมด 200 ทางออก เริ่มเปิดบริการครั้งแรกในปี 1885 ค่ะ ถ้ามาถึงชินจูกุแล้วไม่กล่าวถึงย่านคาบูกิโจที่อยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีก็เดี๋ยวจะหาว่ามา คิดถึงนะคะ คาบูกิโจเป็นหลัง Entertainment ที่มีสีสันทั้งกลางวันและในยามกลางคืน ที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโตเกียวและญี่ปุ่นถนน Central Road ย่านคาบูกิโจ ซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านทั้งกลางวันและกลางคืนและยังเป็นจุดถ่ายภาพสุด ที่มีก็อตซิลล่าโผล่ขึ้นมา อีกด้วยค่ะ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหาร Night Club Bar Host Club ร้านปาจิงโกะร้านคาราโอเกะโรงแรม โรงภาพยนตร์ รวมทั้งร้านขายสินค้าลดราคาต่างๆ ซึ่งร้านค้าในย่านคาบูกิโจนี้เปิดบริการช่วงกลางวันประมาณ 10:00 น ส่วนในกลางคืนจะเริ่มคึกคักหลัง 18:00 น เป็นต้นไป ใครขี้เหงาต้องการแสงสีให้มาที่ชินจูกุ บอกเลยค่ะว่าเมืองที่ไม่เคยหลับไหลมีอยู่จริงๆ ปลอกรับของคนชอบกินดื่มต้องโอโมอิเดะโยโกะหรือถ้าแปลตามชื่อก็คือ Memory หรือตอกแห่งความทรงจำ รองรับแห่งนี้มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยก่อนย่านตะวันตกของ shinju ก็เป็นย่ามกินดื่มในยุคนั้นค่ะ พี่เป็นญาติรวมร้านอิซากายะหรือร้านกินดื่มของคนญี่ปุ่น พี่มาร์คจะมาดื่มสังสรรค์กันในช่วงเย็น เป็น ดอกเล็กๆที่จำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารหลากหลายชนิด เส้นราเมงโซ โอเด้งยากิโทริเป็นต้น บรรยากาศรอบข้างก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น แบบดั้งเดิมเอาไว้ค่ะ บริเวณนี้นะคะก็เป็นที่นั่งร้านกว้างๆนะคะที่อยู่บริเวณ ทางออก New Exit นะคะของสถานีชินจูกุแล้วก็ห้างที่อยู่ตรงข้ามที่เพื่อนๆกำลังเห็นในภาพ ภาพนี้นะคะก็คือเป็นห้าง takashimaya สาขาชินจูกุนะคะเป็นที่นั่ง รักนะคะนั่งพักนั่งรอ ก็ในช่วงคริสต์มาสหรือว่าปีใหม่เนาะบริเวณนี้เขาก็จะมีการ สวยงามเลยอ่ะนะ แต่ว่าช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงปีใหม่นะดังนั้นเขาก็เลย ไม่ได้ สัปดาห์ตรงนี้ให้มันสวยๆงดงามนะคะ บริเวณตรงข้ามเนี่ยเพื่อนๆก็จะได้เห็น ที่มีหอนาฬิกานะคะเป็น ของ doko ซึ่งเป็นแลนด์ ของชินจูกุอีก 1 แห่งนะคะ ไม่ว่าเราจะขึ้นทางด่วนหรือว่า นั่งรถไฟนะคะเราก็จะมองเห็นเจ้าตึกนี้นะคะหรือว่าเราอยู่บนตึกสูงเนาะเราก็สามารถมอง เห็นเจ้าหอนาฬิกานี้ได้นะคะ ชิบู เป็นย่านที่ ทั้งในยามกลางวันและกลางคืน เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยบริษัทห้างร้านค้าคาเฟ่ต่างๆ รวมถึงแหล่งบันเทิงร้าน กินดื่มร้านคาราโอเกะ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่ชาว โตเกียวมักจะใช้เวลาหลังเลิกงานนัดพบ สารกันที่ย่านนี้ค่ะ ไม่ว่าเวลา ผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ชิบูย่าก็ยังเป็นศูนย์กลางแหล่งรวมตัวของวัยรุ่น และยังคงเป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมใหม่ๆ เทรนด์แฟชั่นต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีต้นกำเนิดอยู่ ย่านนี้ ตรงนี้ก็เป็นอนุสาวรีย์ฮะจิ นะคะซึ่งเราไม่เคยมาช่วงยามค่ำคืนเลย ก็น้องยังอยู่ตรงนี้นะ ความคึกคักที่เป็นที่กล่าวขานของคนทั้งโลกต้องยก ให้กลับ 5 แยกชิบูย่า หรือที่เรามักจะรู้จักกันว่าห้าแยกวุ่นวาย ซึ่งเป็นที่ มีใครมาชิบูญ่าแล้วต้องแวะ เช็คอินกันนะคะ ซึ่งภาพของห้าแยกนี้เคยปรากฏในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ในหลายๆเรื่องเช่น Lost Translation และยังเป็นที่จดจำของคนทั่วโลกใน VTR เปิดตัวประเทศญี่ปุ่น ที่รับไม้ต่อการเป็นเจ้าภาพจัดงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 ที่เมืองลีโอเดอจาเนโรในปี 2016 พี่นายชินโซอาเบะเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้แต่งตัวเป็น Super Mario ที่เดินทาง จากโตเกียว Jihaya shibuya ไปยังเมืองลีโอ สร้างความจดจำและทำให้คนทั่วโลกรู้จัก 5 แยกชิบูย่ากันมากยิ่งขึ้นค่ะ ถนน Center Guy เป็นอีกหนึ่งถนน พี่สาย ปิงชื่นชอบ ถึงแม้ว่าปัจจุบันจะได้มีการ เปลี่ยนชื่อถนนนี้เป็น ตั้งแต่ ปี 2011 เป็นต้นมา เพื่อต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของถนนย่านนี้ วินัยสมัยก่อนดูเป็น ที่อันตรายให้กลับมาเป็นย่านที่ดูสดใส โดยใช้กีฬาเป็นตัวนำทาง และอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นเส้นทางที่สามารถเดินทางไปยังสนามกีฬา โยโยงิ National Stadium ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใช้แข่งขัน Basketball นั่นเองค่ะ Center Guy คือถนน พี่สองฝั่งข้างทางเรียงรายเต็มไปด้วยร้านค้าสินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ต่างๆร้านอาหารคาราโอเกะ ร้านคาเฟ ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้งตั้งอยู่ใจกลางชิบูย่า โดยมีความยาวประมาณ 300 เมตรค่ะ ถนนเส้นนี้มีความคึกคักตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน จะมีเสียงตามสายที่มีดีเจคอยพูดคุย หรือเปิดเพลง สร้างความบันเทิง ผู้มาเยือน อีก 1 แหล่งกินดื่มสุด Retro ของชิบูย่า ต้องซอยนี้ค่ะ มีชื่อว่านนท์แบร์โยโกะเป็นซอยเล็กๆที่ กลิ่นอายความ พี่ตอนนี้ร้านค้าต่างๆ ยังเปิดไม่ครบเพราะสถานการณ์โควิด 19 แต่ถ้าในช่วง ซอยนี้ก็จะคึกคักเป็นสีสันของ ชิบูย่าใน ค่ำคืนด้วยค่ะ เขตชิบู หาซื้อยา เป็นที่รู้จัก กันทั่วโลกในฐาน แฟชั่นและวัฒนธรรม คนหนุ่มสาวญี่ปุ่นในอดีตธารา ใครเป็นที่ พักค้างแรมของนักเดินทางในสมัยเอโดะความหมาย ที่แปลได้ ที่พักแรมในทุ่ง แต่ฮาราจูกุในปัจจุบันมีเสน่ห์ดึงดูดระดับโลก ในฐานะที่เป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมคาวาอี้ ซึ่ง จากเดิมไป สิ้นเชิง ทาเคชิตะโนริเป็นถนนสายหลัก ที่เป็นสัญลักษณ์ของฮาราจูกุและเป็นจุดที่ห้ามพลาดถ้าได้ไปเยือน ที่นี่เรียกว่าเป็นสวรรค์ของสายช้อปปิ้ง ซึ่งตั้งอยู่หน้าสถานีฮาราจูกุ ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ภายในถนนยังมีร้านค้า ปิ้งให้สายชอปได้ไปละลายทรัพย์กันมากมายค่ะ เช่นร้านร้อยเยนได ร้านขายยาที่จำหน่ายเครื่องสำอางทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์เกาหลี ร้าน Cafe ร้านขายขนมชื่อดังต่างๆ ร้านเสื้อผ้าร้านเครื่องประ ตับเป็นต้น จะเห็นว่ามี เช่าเยอะมากเลย ตึก ซึ่งแต่ละร้านที่เรียงรายอยู่ริมถนนส่วนใหญ่จะจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่แพงค่ะ วัยรุ่นเอื้อมถึงได้ สวนร้านเสื้อผ้าก็จะเป็นร้านแนวบูติค ที่มีแฟชั่นทันสมัยสีสันสดใสบางร้านก็ออกจะล้ำยุคเสียด้วยซ้ำ ถนนนี้จึงได้ครองใจวัยรุ่นมาได้หลายสิบปีเลยล่ะค่ะ ในระยะทางกว่า อีก 400 เมตรบนถนนทาเคชิตะโดย ทักใครเดินผ่านแล้วไม่แวะร้านไหนเลย ก็ถือว่าใจ สุดๆเลยค่ะ เพราะถนนเส้นนี้มีแต่ของน่ารักราคาเอื้อมถึงได้ ที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายเห็นแล้วพร้อมจะเทเงินละลาย กันทันที ในช่วงเวลา ถนนเส้นนี้แทบจะไม่ต้องเดินค่ะ เพราะจะควักคร่ำไปด้วยผู้คน แต่ในช่วงเวลานี้คน อาจจะดูบาง ทุกคนรอการกลับมาเที่ยวญี่ปุ่น ของเพื่อนๆอยู่นะคะ การฝั่งถนนเอามาติดสันโดษกันบ้างนะคะ ถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วย สรรพสินค้าและร้านค้าแบรนด์เนม มากมาย ที่จะให้บรรยากาศ ขาดกันคนละ ถ้า มา ฮาราจูกุแล้วไม่มาตรงนี้เหมือนว่ายัง มาไม่ถึงนะคะ เป็นอีกหนึ่งสปอร์ตเพราะคิด ถ่ายรูป ของคนที่มาเยือน ที่นี่ก็คือโตคิว นั่นเองนะคะเพราะ ตรงทำบันไดเลื่อนเนี่ย แต่งด้วยกระจกนะมันก็จะมีความสะท้อน ทำให้เกิด defect สวย งามมากๆเลย ถ่ายรูปออกไปข้างนอกมันก็จะเห็นแยกฮาราจูกุ นะคะตรงนี้ก็สวย มากๆ ต้องมี ก็เป็นบริเวณอาคารที่เขา จะสร้างใหม่นะ สิ่ง จะให้เพื่อนๆดูนะคะก็คือกำแพงเนาะ ส่วนที่เขามี ด้านหลังแต่ ตัวกำแพง เขาก็มี ซึ่งอันนี้ มันเป็นเรื่องราวเกี่ยว ถูกๆในย่านเมจิก ก็มีวิว ตั้งแต่ปี 19 ปิดนะคะไล่ไปเรื่อยๆจนถึง ย่านนี้ Sony เนี่ยเขามีอะไร ไกลเปลี่ยนไปมี อะไรเกิดขึ้นใหม่ อะไรที่ยังคงอยู่ ปี 19 เนี่ยก็เริ่มมี ก็จะเห็นมีผู้หญิงญี่ปุ่นนะคะทั้งญี่ปุ่นเอย ก็เนี่ยค่ะเป็นภาพบรรยากาศในสมัยก่อนปี 19 80 นะ 40 ปีที่แล้ว เริ่มมี ปี 190 นะคะ ก็เริ่มเป็นเทรนแฟชั่นนะคะแหล่งรวมวัยรุ่นแล้วก็ปี ก็ฮาราจูกุคาวาญี่ปุ่น แบบคาวาอี้ หั่นเป็นต้นมา ปี ก็เป็นแบบว่า เบียร์เทรนนะคะเทรนดี้แล้วก็ ตึกใหม่ที่กำลัง ก็ในปี 20 เชื่อว่าเดี๋ยวเพื่อนๆก็คงจะได้มา ก็คือจริงกุมาเอก เด็กใหม่ที่เขา สร้างตรง จารรีโนเวทยาน ฮาราจูกุให้ดู มากขึ้น ตึกที่เพื่อนๆเห็นอยู่นี้นะ เขามี ว่าโอลิม สมัยที่ โต ในปี 19 ก็เป็น commercial ส่วนด้านบน ก็เป็นที่อยู่อาศัยได้เป็นที่ทำการของบริษัท หลังบ้านหรือ คนก็ มาทำ ซึ่งตึกนี้ก็จะอยู่ตรงข้าม กับสถานีรถ ไปฮาราจูกุ ซึ่งอยู่ตรงทางออก หวัง เรื่องราวที่ ไปเป็นเพื่อนนะคะ อย่าลืมกด ให้พวกเราด้วยนะคะ คลิปหน้าบ๊ายบายค่ะ

See also  The Gaijin Trips แบกเป้เที่ยวคนเดียว EP31 นราธิวาส ผานับดาว 3วัน3คืน